สร้าง ‘พิธีกรรม’ ก่อนเริ่มทำงานให้กายใจได้รีชาร์จ | Heal ใจ EP.1

GET READY WITH ME สร้าง ‘พิธีกรรม’ ก่อนเริ่มงานให้ได้รีชาร์จอย่างเต็มที่

จะว่าไปอาชีพฟรีแลนซ์ก็ไม่ต่างกับนักวิ่งมาราธอนที่มีจุดสตาร์ทตั้งแต่ลุกจากเตียงนอนสู่การปั่นงานหน้าคอมยิงยาวแบบไม่หยุดพัก เคลียร์งานนี้เสร็จ ว่าจะนอนเอนหลังสบาย ๆ ก็ไม่วายมีอีกงานเข้ามาแทรกเหมือนมีเซ็นเซอร์จับได้ว่ากำลังว่าง เป็นอย่างนี้วนไป รู้ตัวอีกทีก็หมดวัน บางครั้งถึงขั้นลืมทานข้าว ดื่มน้ำ เพราะปั่นงานเพลินจนน้ำย่อยเกรงใจ

คิวงานยาวเหยียดยิ่งกว่าวิ่งฟูลมาราธอนขนาดนี้ ถ้าจะให้ดีก็ต้องเรียกสติก่อนสตาร์ท เพื่อให้วิ่ง เอ้ย! ปั่นงานได้อย่างไหลลื่นกันสักหน่อย ถ้าพร้อมแล้วเรามาเริ่ม “พิธีกรรมเพื่อตั้งสติก่อนสตาร์ท” พร้อม ๆ กันเลย เตรียมพร้อม – ระวัง – ไป !

ขั้นที่ 1 ตื่นแบบมีสติ ต้องไม่ snooze

เชื่อว่าสิ่งที่ยากที่สุดของการเริ่มเช้าวันใหม่คือการลุกจากเตียง ตอนที่เสียงนาฬิกาปลุกแผดเข้าสู่โสตประสาทเหมือนเป็นวินาทีวัดใจว่าต่อไปจะเป็นเช้าที่สดใสหรือกลายเป็นบ่ายที่งัวเงีย (เพราะเนียนของีบต่อ 5 นาทีแต่รู้ตัวอีกทีก็บ่ายโมง) นอกจากจะเสียเวลาทำงานแล้ว การอยู่ในภาวะก้ำกึ่ง หลับ ๆ ตื่น ๆ แบบนี้ จะยิ่งทำให้คุณง่วงและเบลอไปทั้งวันอีกด้วย

ดังนั้น เมื่อรู้สึกตัวแล้ว พยายามค่อย ๆ  ลุกจากที่นอนตามจังหวะของตัวเองแบบไม่ต้องรีบ รับรองว่า คุณจะมีวันที่สดชื่นและสมองโปร่งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ขั้นที่ 2 ปรับจังหวะร่างกายให้สร่างหลังตื่นนอน

หลังจากผ่านขั้นที่ยากที่สุดมาแล้ว สิ่งที่ควรทำต่อไปคือการปลุกร่างกายและเรียกสติด้วยการยืดเหยียด ใครที่เซียนหน่อย แนะนำให้ทำโยคะสัก 5-10 นาที แต่ถ้าใครไม่ถนัดก็อาจเหยียดแขนบิดขี้เกียจให้กล้ามเนื้อรู้สึกตัวและคลายปวดเมื่อย 

นอกจากนี้ การลุกขึ้นมาเปิดไฟ หรือเปิดผ้าม่านให้แสงสว่างสาดเข้ามาในห้อง ก็เป็นอีกสัญญาณที่ทำให้ร่างกายตื่นตัวและทำให้เราตื่นอย่างเต็มตาได้เช่นกัน

ขั้นที่ 3 เรียกสติกลับร่าง สร้างความสดชื่น

วิธีปลุกความสดชื่นมีอยู่หลายแบบ หลายคนอาจเริ่มจากการล้างหน้า แปรงฟัน อาบน้ำ หรือดื่มน้ำเปล่าสักแก้ว หลังจากประสาทสัมผัสต่าง ๆ เริ่มตื่นขึ้น ลองเช็กตัวเองสักนิดว่าตอนนี้ร่างกายตื่นเต็มที่พร้อมลุยกองงานมาราธอนหรือยัง จากนั้นจึงค่อย ๆ สร้างสติด้วยการดื่มด่ำกาแฟและมื้ออาหารเช้าด้วยการละเลียดรสชาติและเนื้อสัมผัสต่าง ๆ และพยายามอยู่กับการกระทำ ณ ขณะนั้น

ขั้นที่ 4 จัด priority สูดลมหายใจก่อนก้าวสู่วันใหม่ของการทำงาน

ก่อนเริ่มวันที่แสนยุ่งเหยิง ควรจัดลำดับความสำคัญสำหรับสิ่งที่ต้องทำในวันนั้น ๆ เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างลื่นไหลและเป็นระบบ และในวินาทีก่อนจะจรดนิ้วลงบนแป้นพิมพ์หรือไอแพด แนะนำให้สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เรียกและรวบรวมพลังงานดี ๆ เข้าร่างเพื่อใช้เป็นขุมพลังในการทำงานต่อจากนี้

ขั้นที่ 5 ส่งสัญญาณออกตัวก่อนเริ่มสตาร์ท

ขั้นสุดท้ายคือการส่งสัญญาณบอกตัวเองก่อนเริ่มลงสนามเพื่อปั่นงานแบบมาราธอน ก่อนที่จะเริ่มทำงาน อาจหยิบลูกอมเย็น ๆ มาลิ้มรสเพื่อปลุกประสาทสัมผัส หรือฉีดน้ำหอมกลิ่นโปรดที่ใช้แล้วรู้สึกใจสงบ เพื่อตั้งสติก่อนก้าวเข้าสู่พาร์ทการทำงานและปลอบประโลมตัวเองว่าทุกอย่างจะโอเค

สุดท้ายนี้ นักวิ่งยังมีจังหวะให้เตรียมพร้อมก่อนออกสตาร์ท ฟรีแลนซ์อย่างเรา ๆ ก็ต้องมีพิธีกรรมก่อนขยับตัวไปลุยงานแบบยาว ๆ เช่นกัน อ่านจบแล้วก็อย่าลืมทำตาม 5 ขั้นนี้ รับรองว่าจะช่วยเรียกสติและสร้างวันที่ productive ได้แน่นอน

No Comments Yet

Comments are closed