ยิงแอดโฆษณาทางออนไลน์ ควรเซ็ต ROI เท่าไหร่ดี

ยิงแอดโฆษณาทางออนไลน์ ควรเซ็ต ROI เท่าไหร่ดี

รู้ไว้ได้ประโยชน์  ยิงแอดโฆษณาทางออนไลน์ ควรเซ็ต ROI / ROAS ไว้ที่เท่าไหร่ ถึงได้กำไร ไม่ขาดทุนหรือสิ้นเปลืองไปกับค่าโฆษณา

     หลายคนทำธุรกิจขายสินค้าทางหน้าร้านมาโดยตลอด สูตรที่พ่อค้าแม่ค้าทุกคนรู้อยู่แล้วในการคำนวณเพื่อหากำไรคือ ราคาสินค้า – ต้นทุนสินค้า = กำไร แต่ถ้าวันหนึ่งเราตัดสินใจขายสินค้าทางออนไลน์เพิ่ม ต้องการยิงแอดเพื่อเพิ่มการมองเห็น แปลว่าเรามีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการยิงโฆษณาทางออนไลน์ แล้วเราควรทำ ROI หรือ ROAS ให้เป็นเท่าไรจึงจะถึงจุดคุ้มทุน หรือ ได้กำไรตามที่ต้องการล่ะ?

ก่อนอื่นขอแนะนำให้รู้จักกับ ROI หรือ ROAS ก่อน

     ROI = Return on investment ซึ่งเป็นคำที่หลายคนคุ้นเคย แต่ถ้าหากมองในด้านของการโฆษณาทางออนไลน์ เราจะเรียกว่า ROAS หรือ Return on ad spending นั่นเอง โดยสูตรการคำนวณจะคิดจากเงินที่ใช้ในการยิงแอดเท่านั้น ไม่มีต้นทุนของตัวสินค้ามาเกี่ยวข้อง

ROAS = Return on ad spending = Revenue from advertising/Ad spending

Metric ตัวนี้เองที่จะไปโชว์เป็นผลลัพธ์อยู่บน Ad manager หรือบน Platform ที่เรายิง ที่นี้เราจะทราบได้อย่างไรว่าแล้วเราควรจะทำ ROAS ให้เป็นเท่าไหร่จึงจะเรียกว่าคุ้มทุน หรือ ได้กำไรถึงเป้าที่คาดหวังไว้ มาดูวิธีคำนวณกัน

ขั้นแรกสิ่งที่เราต้องรู้หรือมีข้อมูล

  1. AOV = Average order value = ค่าเฉลี่ยต่อออเดอร์อยู่ที่เท่าไหร่ (อาจจะคำนวณจากข้อมูลย้อนหลัง 3-6 เดือนก็ได้)
  2. ต้นทุนต่อสินค้า คือกี่% ของราคาสินค้า

ขั้นต่อไปคือการคำนวณหา ROAS เป้าหมาย

ยกตัวอย่างง่ายๆสำหรับธุรกิจขายเฟอร์นิเจอร์

AOV เฉลี่ยย้อนหลัง 6 เดือน 30,000 บาท
ต้นทุนสินค้ารวมทั้งหมด (70%) 21,000 บาท
กำไรต่อ 1 ออเดอร์ 9,000 บาท
ต้นทุนต่อการซื้อที่คุ้มทุน 9,000 บาท << ถ้ายิงแอดไป 9,000 บาทแล้วได้มา 1 ออเดอร์ มูลค่า 30,000 บาท ROAS = 3.33 เท่า ไม่ได้แปลว่าได้กำไร แต่แปลว่าคุ้มทุน
กำไรเป้าหมาย (จากการยิงแอด) 3.0 เท่า
ต้นทุนต่อการซื้อเป้าหมาย 3,000 บาท << ถ้าอยากได้กำไร 3 เท่า ต้องทำต้นทุนต่อการซื้อให้ต่ำกว่าจุดคุ้มทุน      3 เท่า
งบโฆษณา 100,000 บาท
จำนวนออเดอร์เป้าหมาย 33.33 ออเดอร์ คิดจาก งบยิงแอด100,000/ ต้นทุนต่อการซื้อ 3,000 บาท ดังนั้นจำนวน  ออเดอร์เป้าหมายคือ 34 (ในที่นี้ยังไม่ปัดเพื่อความเข้าใจง่าย)
AOV 30,000 บาท
รายได้ทั้งหมด 1,000,000 บาท
กำไร 300,000 บาท คิดจาก 33.33 ออเดอร์ * กำไร 9000 ต่อออเดอร์
Target ROAS 10.0 เท่า << ต้องทำ ROAS ให้ได้ 10 เท่าจึงจะได้กำไร 3 เท่าตามเป้าหมาย

 

ดังนั้น

  • ROAS อย่างต่ำที่ควรทำได้อย่างน้อยคือ 3.33 เท่า จึงจะคุ้มทุน
  • ถ้าต้องการให้กำไรจากการยิงแอดเป็น 3 เท่า จะต้องทำ ROAS ให้เป็น 10 เท่า

ต้นทุนต่อการซื้อเพดาน (ceiling CPP หรือ ceiling cost per purchase) คือ 9,000 บาท ถ้าเกิน 9,000 บาทยังไม่มียอดซื้อเลย โอกาสกำไรยากแล้ว ต้องคาดหวังให้ออเดอร์ที่ได้ AOV เกิน 30,000 บาท ถึงมีโอกาสได้กำไร

  • ต้นทุนต่อการซื้อเป้าหมาย (Target CPP) คือ 3,000 บาท จึงจะมีโอกาสได้กำไร 3 เท่าตามเป้าหมาย

     ทั้งนี้ AOV และต้นทุนต่อสินค้าเป็นตัวเลขประเมินคร่าวๆจากข้อมูลในอดีตเท่านั้น อาจมีการเพิ่มลดในปัจจุบันหรืออนาคตก็ได้ ดังนั้นถึงแม้จะทำต้นทุนต่อการซื้อได้ตรงกับที่ตั้งเป้าหมายไว้ แต่ ROAS ก็อาจจะมากกว่าหรือน้อยกว่าขึ้นกับ AOV ที่ได้ในอนาคตเช่นเดียวกัน

     นี่ก็เป็นตัวอย่างคร่าวๆ ในการเซ็ต KPI ของการยิงแอดโฆษณา ที่จะช่วยให้รู้ว่าผลลัพธ์การยิงแอดของเราเป็นอย่างไร ถึงจุดไหนที่เรียกได้ว่าผลตอบรับไม่ดีแล้วต้องรีบแก้ไข เพื่อจะได้ไม่สิ้นเปลืองเงินในการโฆษณา

Written by Freelance Fastwork: Naniosa

สนใจจ้างงานฟรีแลนซ์ได้ที่ https://fastwork.co/user/nunptn/social-media-ads-25832053

 

No Comments Yet

Comments are closed