8 tricks เด็ด ขายงานใน Fastwork ยังไง ให้คิวไม่เคยว่าง

อาชีพฟรีแลนซ์ เป็นหนึ่งในอาชีพในฝันของหลายๆ คน การได้ทำในสิ่งที่ตัวเองถนัดหรือชื่นชอบ ในสถานที่และเวลาที่สามารถกำหนดได้เอง แถมยังได้เงินใครบ้างล่ะจะไม่อยากทำ! แต่อุปสรรคดับฝันของฟรีแลนซ์มือใหม่หลายคนคงหนีไม่พ้น ปัญหาขายงานไม่ได้ ถามๆ แล้วเงียบหาย หรือได้งานมาแบบไม่ต่อเนื่อง วันนี้ Fastwork จึงมีเคล็ดลับเด็ด 8 ข้อที่รับรองได้ว่า ถ้าคุณนำไปทำตามแล้วล่ะก็ ลูกค้าจะพุ่งเข้าใส่จนคิวไม่เคยได้ว่างกันเลย  😉

 

1. Profiles ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

พื้นที่ลงขายงานใน Fastwork ก็เหมือน Supermarket และโปรไฟล์งานของคุณก็เหมือนสินค้าบนชั้นวาง แพคเกจดีๆ สวยๆ เด่นสะดุดตา ใครบ้างจะไม่อยากหยิบ! แต่นอกจากรูปสวยๆ แล้วด้านในก็อย่าได้ว่างเปล่าล่ะ รายละเอียดงานที่ขายต้องชัดเจน

ที่สำคัญที่สุดคือ ตัวอย่างงานต้องมี บางคนอาจโอดครวญว่าเป็นมือใหม่ไม่มีตัวอย่าง ไม่เคยขายงาน(ได้สำเร็จ) สร้างมันขึ้นมาเองก็ได้ นำเสนอให้ลูกค้ารู้ว่าคุณมีดีอะไร เต็มที่ขนาดนี้แล้วใครจะไม่สนใจหยิบใส่ตะกร้าแล้วชำระเงิน จริงมั้ย?

 

2. ตอบแชทต้องไว ออนไลน์บ่อยๆ

ปัญหาที่ฟรีแลนซ์ต้องแห้วงานบ่อยๆ ส่วนหนึ่งมาจากการตอบแชทลูกค้าช้าและไม่ค่อยออนไลน์ การที่ลูกค้าสอบถามเข้ามาแล้วต้องรอคำตอบนานเกินไป แน่นอนว่าลูกค้าย่อมทักแชทไปหาฟรีแลนซ์คนอื่นแทน ทำให้คุณต้องพลาดงานไปอย่างน่าเสียดายทั้งๆ ที่คุณเป็นเบอร์แรกที่ลูกค้าสนใจ

นอกจากนี้คุณรู้มั้ยว่าการออนไลน์บ่อยๆ ทำให้มีโอกาสได้งานมากขึ้นถึง 90% เลยนะ! เพราะเมื่อคุณออนไลน์ โปรไฟล์ของคุณจะถูกโชว์อันดับต้นๆ ของหมวดงานนั้นๆ จึงช่วยเพิ่มโอกาสที่ลูกค้าจะเห็นคุณและทักเข้ามาสอบถามงานมากขึ้น จำไว้นะ…ถามมาต้องตอบให้ไวและออนไลน์ให้บ่อย แค่นี้โอกาสขายงานได้ก็สูงแล้ว

 

3. พูดคุยอย่างสุภาพ สอบถามอย่างใส่ใจ

เมื่อลูกค้าเข้ามาสอบถามงาน แน่นอนว่ามีทั้งถามเนื้อหางานที่เคยทำ ขอตัวอย่างงาน รวมถึงหยั่งเชิงความรู้ที่คุณมี อย่าเพิ่งหงุดหงิดไป การจ้างงานแบบออนไลน์กับบุคคลที่ไม่เคยรู้จัก แน่นอนว่าลูกค้าต้องการความมั่นใจในระดับหนึ่งว่าเม็ดเงินที่ต้องจ่ายไปนั้นจะไม่เสียเปล่าและไม่เสียเวลา จึงควรตอบกลับด้วยความสุภาพ และใส่ใจในรายละเอียดที่ลูกค้าแจ้งมา

แต่หากรู้สึกว่ามากเกินไปก็สามารถตัดบทได้ด้วยการแนะนำให้ลูกค้าลองจ้างงานคุณเป็นงานเล็กๆ ซักหนึ่งงานในราคาที่ไม่สูงนักดูก่อน เพื่อได้ลองดูผลงานว่าตรงตามที่ต้องการหรือไม่ จบแบบง่ายๆ อย่าง Win Win

 

4. ไม่ตื้อแต่ติดตาม

หลายครั้งลูกค้าเลือกที่จะไม่ซื้องานเพราะรู้สึกอึดอัดใจ ฟรีแลนซ์ที่พยายามรวบหัวรวบหางอยากได้งานไวๆ ทำให้ลูกค้ารู้สึกไม่วางใจและอดคิดไม่ได้ว่า ถ้างานดีจริงทำไมต้องตื้อขายขนาดนี้ ดังนั้นแล้วหากลูกค้าสอบถามเข้ามาให้พูดคุยตามสมควร ไม่เร่งรัดให้รีบตัดสินใจเร็วเกินไป

อาจใช้คำพูดอ้อมๆ ที่ช่วยสร้างมูลค่าให้กับตัวเองได้มากกว่าอย่างเช่น ถ้าสนใจยังไงรบกวนแจ้งกลับไวนิดนึงนะครับ/ค่ะ พอดีคิวสัปดาห์นี้เริ่มแน่นแล้วน่ะครับ/ค่ะ แล้วไม่ต้องตื้ออีก อาจเว้นช่วงไปซัก 2-3 วันแล้วสอบถามไปอีกครั้งว่า ยังสนใจจ้างอยู่มั้ย พอดีจะปิดคิวงานของสัปดาห์นี้แล้ว แค่ครั้งเดียวพอ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจหากต้องการกลับมาสอบถามบริการจากคุณอีกครั้ง

 

5. ฟังบรีฟงานอย่างตั้งใจ ไม่หลงประเด็น

งานจะออกมาได้ตรงใจผู้จ้างหรือไม่ ความเข้าใจขณะบรีฟงานสำคัญที่สุด ฟรีแลนซ์ควรสอบถามความต้องการของผู้จ้าง รูปแบบงานแบบไหนที่อยากได้ และจุดประสงค์ของงานนี้ทำขึ้นมาเพื่ออะไร ยกตัวอย่างเช่น งานเขียนบทความสินค้า ฟรีแลนซ์ควรขอข้อมูลสินค้ามาให้มากที่สุด กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของสินค้าคือใคร ช่วงอายุเท่าไหร่ ราคาขายของสินค้า

ที่สำคัญคือ ต้องการจะให้บทความส่งสารอะไรไปยังลูกค้า การเข้าใจความต้องการของผู้จ้างอย่างชัดเจน จะช่วยให้ฟรีแลนซ์ทำงานได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาปรับแก้งาน และที่สำคัญเมื่องานออกมาดีโดนใจ ผู้จ้างย่อมอยากกลับมาใช้บริการอีกบ่อยๆ อย่างแน่นอน

 

6. ไม่โลภมาก งานต้องส่งตรงเวลา

เพราะงานฟรีแลนซ์ไม่มีอะไรมาการันตีว่าจะมีงานเข้ามาตลอด จึงทำให้หลายคนโลภและรับงานมากเกินไปเพราะถือคติน้ำขึ้นให้รีบตัก สุดท้ายก็ทำส่งไม่ทัน ทำให้งานของลูกค้าเสียหายและเกิดปัญหาร้องเรียน จนทำให้ฟรีแลนซ์กลายเป็นคนที่ขาดความน่าเชื่อถือ และไม่มีใครอยากซื้องานอีก

นอกจากนี้การรับงานเยอะเกินไป ถึงแม้จะส่งทันเวลาแต่ก็อาจมีผลกับคุณภาพของงานที่ด้อยลง ส่งผลให้ลูกค้าไม่ถูกใจและไม่อยากกลับมาใช้บริการอีก ดังนั้นแล้วควรบริหารจัดการเวลาให้ดี หากบางงานที่เร่งด่วนไม่สามารถทำได้ทันก็ควรปฏิเสธ แล้วแจ้งลูกค้าว่าหากมีงานชิ้นต่อไปหวังว่าจะได้ร่วมงานกัน แบบนี้น่าจะดีที่สุด

 

7. ไม่ตัดราคา อย่าดูถูกคุณค่าของตัวเอง

เคยสังเกตไหมว่า ฟรีแลนซ์หลายคนที่ประสบความสำเร็จมีงานแน่นคิวเต็มตลอด ไม่ใช่คนที่ขายงานในราคาถูกที่สุด แต่คือคนที่กำหนดราคาที่เหมาะสมกับงาน สำหรับลูกค้าแล้วการเข้ามาว่าจ้างส่วนมากมักมีงบประมาณในใจอยู่แล้ว ดังนั้นหากคุณมั่นใจในฝีมือของตัวเองก็ไม่จำเป็นต้องลงราคาค่าจ้างที่ต่ำเกินไป

เพราะการทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่แต่ได้รับค่าตอบแทนอันน้อยนิด อาจทำให้คุณได้งานเยอะ แต่คุณจะเดินบนเส้นทางนี้ไม่ได้ไกลเพราะความท้อใจและรู้สึกไม่คุ้มค่าเหนื่อย นอกจากนี้การตัดราคาของคุณอาจกำลังทำร้ายวงการฟรีแลนซ์อยู่โดยที่คุณไม่รู้ตัวอีกด้วย

 

8. อย่าหยุดที่จะพัฒนาตัวเอง

อย่าจมปลักอยู่กับความมั่นใจผิดๆ ว่าตัวเองเก่ง โลกหมุนอยู่ทุกวันแค่คุณหยุดเดินนั่นก็หมายความว่า คุณกำลังถอยหลังแล้ว หมั่นหาความรู้ใส่ตัวเยอะๆ เดี๋ยวนี้มีสารพัดเทคโลยีเข้ามาช่วยให้คุณได้อ่าน ได้ดู ได้เรียนรู้มากมาย แวะไปดูโปรไฟล์ของคนที่ขายงานเก่งๆ บ้างก็ได้ ดูว่าเค้าทำงานยังไง รีวิวจากลูกค้าชื่นชมตรงไหนเป็นพิเศษ แล้วนำกลับมาพัฒนาตัวเอง

อย่ามองเพื่อนร่วมอาชีพว่าเป็นคู่แข่ง ให้มองเห็นเป็นมิตรที่ควรร่วมแบ่งปันไอเดีย ความรู้ เทคนิคต่างๆ เพราะลูกค้าก็เหมือนกับปลาในทะเลที่มีอยู่มากมาย อย่ามัวแต่ไปเสียเวลาแข่งกับใคร หาวิธีจับปลาตามแบบของตัวเองให้ได้ แล้วแข่งกับตัวเอง นั่นคือการพัฒนาที่ดีที่สุด

 

ได้รู้เคล็ดลับดีๆ กันไปแล้ว ก็อย่าลืมนำไปลองทำกันดูล่ะ หากลงมือทำแล้วได้ผลหรือไม่ได้ผลอย่างไร อย่าลืมมาบอกเล่าให้ชาว Fastwork ได้ฟังกันด้วยนะ  🙂

________________________________________________

เริ่มทำฟรีแลนซ์วันนี้ที่ https://drive.google.com/open?id=0B8xRgyC3rD8YQXJsSVRweXI3bFU  😉 

footer-banner-for-blog
No Comments Yet

Leave a Reply

Your email address will not be published.